วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เส้นบางบางที่คั่นกลางรอยยิ้มและน้ำตา

ว่าต่อโพสของกวาง...เปนสะท้อนประสบการณ์(ที่ยังไม่มีใครรู้)ในคลาสเมื่อวาน

เรื่องมันมีอยู่ว่า...ช่วงเช้าที่ทำLaughting Excercise กัน โดยให้หัวเราะน็อนสต็อป 10 นาที (-_-")

อจ.บอกว่าถ้าหัวเราะไม่ได้ก็แค่นๆหัวเราะไป นาก็หัวเราะๆๆๆไปได้ระยะเวลาหนึ่ง เริ่มรู้สึกหัวเราะไม่ออก ก็สงสัยเหมือนกันว่า...ทำไมเราหัวเราะไม่ได้นะ...เออ...งั้นหาเรื่องขำๆในคลังเมมโมรี่ออกมาดีกว่า (พึ่งมารู้ทีหลังว่านี่มันมิใช่Aimของกิจกรรมนี้...ถือว่าขาดสติจากInstructionที่อจ.บอกกล่าวไว้อย่างยิ่ง...555+น้อมรับๆๆ)

พอคิดเท่านั้นแล...มันก็มีชุดความคิดที่แว่บ แว๊บ แวบออกมาต่อๆกันว่า-เออ-เราไม่ได้หัวเราะจริงๆมานานแค่ไหนแล้วนะ, แล้วคำตอบของคำถามข้างบนก็สวนขึ้นมา เป็นภาพของคนคนหนึ่ง ที่เคยทำให้นาหัวเราะได้จากใจ...(เอิ่ม...อดีตDarlingนั่นแหละ) และเราไม่ได้หัวเราะแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วนะ...

ตลกดี-ทำLaugting Excerciseอยู่ดีๆก็ร้องไห้เฉยเลย (ตอนนี้...พอนึกถึงก็น้ำตารื้นนิดๆอยู่)

ก็เห็นตัวเองตอนนั้นนะ ว่ากำลังจะ Grab เอาเรื่องในความทรงจำมาทำต่อ... หมายถึง เอามาเติมเชื้อให้ตัวเองร้องไห้ต่อ รู้สึกขอบคุณเสียงหัวเราะของทุกๆคน, พี่เอ๋ที่นำกิจกรรมในความมืด ที่ให้ดูใจแต่ไม่ต้องตัดสิน และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเช้านั้น, ที่ช่วยเตือนและดึงให้นากลับมาอยู่กับลมหายใจเป็นระยะๆ

เพราะใจมันก็ตกร่องกับการคว้าอะไรๆมาต่อไฟ แม้ว่าจะเห็นไปแล้ว ก็ยังเผลอได้อีก แต่เผลอสักพักก็รู้ ก็ตามรู้ๆๆและ"ดูแลตัวเอง"อยู่เยอะมาก ทั้งในระหว่างที่ทำexerciseนั้น จนกระทั่งพี่เอ๋เริ่มนำกิจกรรมและวงเริ่มเช็คอินไปแล้ว

รู้สึกยากที่จะResponse เรื่องนี้ในวง ณ ตอนนั้น ถึงตอนนั้นจะไม่ได้ร้องไห้แล้วก็ตาม-ไม่ใช่ไม่กล้าเผยเรื่องนี้นะ รู้สึกกล้าและปลอดภัยกับวงมากที่จะเล่าเรื่องที่ปกติเราจะไม่เล่าเลย แต่มันรู้สึกว่าอารมณ์มันยังสั่นสะเทือนข้างในอยู่มากมาย ...และพอจะพูดก็เหมือนๆจะร้องไห้(อย่างที่พี่จงทักนั่นแหละ)เลยขอใช้พื้นที่นี้แชร์ดีกว่า

...จบข่าว...

(^_^)ขอบคุณที่ฟังอย่างลึกซึ้งนะคะ

9 ส.ค. 51

ปล.ใครแวะไปเอ็มโพเรียมอาทิตย์นี้ สามารถไปเยี่ยมนากับพี่ปราย(และพี่โป)เข้าอบรม Brand Gen ได้เหมือนกันนะค้า อิอิ

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551

พึ่งกลับมาไม่กี่วันแต่ทำไมอะไรๆผ่านเข้ามาเยอะจัง


“พึ่งกลับมาไม่กี่วันเอง” เป็นความรู้สึกข้างใน แต่ทำไมอะไรมันเกิดๆๆจัง? งึมๆๆ
ยังอยากถักตุ๊กตาอยู่ 555 วันนี้ถัก “เกือบ” ทั้งวัน จนรู้สึกชาทั้งแขนตอนที่ปล่อยแขนลง (เพราะเกร็ง&ยกแขนไง) ยังปวดข้อมือขวานิดๆ...แผลเก่า แต่ก็ดี เกือบเสร็จ 1 ตัว, ทำงานของอจ.SS เสร็จไปเปล่าะนึง แค่บ่ได้อ่านหนังสือ-กำลังจะเริ่มอ่านเรื่องชุมชน(สักอย่าง)ที่เคยได้รับบริจาคจากครูน้อย ว่าจะอ่านพรุ่งนี้ก่อนเข้าห้องเรียน

คิดๆดูก็ตลกดี อีกอาทิตย์นึงจะสอบสัมภาษณ์แล้ว ยังไม่คิดเลยว่าสนใจ/อยากไปประเทศ/ยูฯไหน คนอื่นอาจจะว่าบ้า...แต่เราแฮปปี้กับโครเชต์มากกว่า ถึงวันนี้มันจะคิด+หลุดเยอะมากเลย แต่มันก็สบายกว่าไปกังวัลกับอนาคตข้างหน้านี่นา...
เฮ้อ – Too worried กับ Not prepared นี่ต่างกันตรงไหน → จะทำยังไงดีน้า ถ้าเป็นสถานการณ์ในกิจกรรมประจำวันก็พอเก็ท แต่กับการคิดถึงอนาคต = วางแผนนี่สิ?! เบื่อจะปวดหัว+depressed

รู้สึกอิจฉาชีวิต “พระ”ขึ้นมานิดๆแล้วซิ

คิดๆดู พอปล่อยวางเรื่องอนาคตได้สักพักนึง นอกจากจะรู้สึกสบาย-เบา-ไม่เครียดแล้ว ยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย
นึกถึงหลายๆสิ่งที่ได้พบเจอหรือรับฟังมา, ทั้งหลวงปู่เทพ, หลวงพ่อไพศาล, ปาฐกโกมล’50 (นึกชื่อไม่ออกอ่ะ), เหมือนทุกอย่าง-อืม...บาง messages มันค่อยคลี่คลายตรงหน้าเรา สิ่งที่เราคิด-ถาม-คลางแคลง-ขัดแย้งกับคนอื่น(คนส่วนใหญ่)ภายนอก พอมีคนพูดให้รับ+ฟัง มันสะดุ้งอ๋อหรือน้ำตาคลอก็มี
...รู้สึกข้างในมันใหญ่ขึ้น + อิ่มเอิบ...

บางที่บทบาทหน้าที่ในโลกนี้ ชีวิตนี้ จะเป็นอะไรก็ได้ตราบใดที่เรายังไม่ละ ไม่ลืมเป้าหมายของชีวิตที่จะเข้าใจตัวเอง, จิตใจตัวเอง คงนับว่าเป็นชีวิตที่ดีทีเดียว

Related Posts with Thumbnails