วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2551

ราคาที่เป็นธรรม คืออะไร การค้าที่เป็นธรรม เป็นไฉน


ข้าพเจ้าเริ่มคิดคำนึงกับวลี"การค้าที่เป็นธรรม"อย่างใกล้เนื้อใกล้ตัว
จากประสบการณในการถักตุ๊กตาตัวที่ 2 เพื่อแลกเป็นเงินจำนวนหนึ่ง

เริ่มจาก ด้วยที่เราก็ไม่รู้ว่าตุ๊กตาถักทำมือเนี่ย...เค้าตั้งราคากันประมาณไหน
รู้คร่าวๆว่ามัน แพง หรือสูงกว่าราคาตุ๊กตาธรรมดาๆแน่นอน

และด้วยความที่คนที่สั่ง เป็นทั้งผู้ที่เราเคารพ และเหตุที่ทำให้สั่ง ก็เป็นเรื่องราวที่น่ายินดีปรีดากับผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้าได้รู้จักและสัมผัสเรื่องราวของพวกเขาอยู่บ้าง ... หะแรกที่รับงาน จึงไม่ได้สนใจเรื่องค่าตอบแทนมากนัก รับเพราะเป็นคนที่คุณก็รู้ว่าใครสั่ง(^.^) รับแม้จะมีงานให้ยุ่งวุ่นวายกายและใจอยู่เนืองๆ และรับเพราะอยากร่วมยินดีกับเหตุที่จะให้ของขวัญแทนคำขอบคุณด้วย

พอข้าพเจ้าทำชิ้นงานเสร็จเรียบร้อยพร้อมแพ็คเกจ ก็ส่งมอบให้อาจารย์ไปหยิบจับเล่นๆ
แล้วอจ.ท่านก็ถามอีกครั้งว่าให้ค่าเหนื่อยเท่าไหร่ดี เราก็ว่าไปว่าแล้วแต่เลยค่ะ
แต่อจ.กลับตอบมาด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร ประมาณว่า ช่วยไปคิดราคาให้หน่อยเถอะ T_T (ค่ะๆ..จะลองดูคะ)


เย็นนั้น ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน ก็เลยนั่งนึกๆดู

ต้นทุนของเท่าไหร่หว่า?...คิดยากจริง
เพราะจุกจิก ใช้หลายสิ่งหลายอัน และไม่เคยได้จดราคาที่ได้มาเท่าไหร่
คิดค่าแรงยังไง?...คิดยากกว่า 555+ เพราะ Time and labour intensive อยู่
ขืนให้หนูคิดตามความเหนื่อยกาย...อจ.อาจหันไปซื้อของขวัญอย่างอื่นได้ (-__-")

ยังตั้งราคาไม่ได้ แต่ก็คิดต่อๆๆ...

คำถามลอยเข้ามาในหัวเรื่อยๆ
ถ้าจะตี"คุณค่า"ของตุ๊กตาตัวนี้เป็นราคา...สำหรับผู้ซื้อ...จะเป็นเท่าไหร่ ราคาที่เป็นธรรมสำหรับผู้ซื้อ-คิดในแง่ที่ว่า บริบททางเศรษฐกิจ ณ เวลาหนึ่งๆ เขาจะมีรายได้เท่าไหร่ รายจ่ายยังไง ราคาที่สมควรในบริบทนั้นๆ ที่ไม่ทำร้ายกระเป๋าคนซื้อจะเป็นเท่าไหร่

แล้วราคาที่เป็นธรรมสำหรับผู้ขาย ที่เขาจะได้รับเป็นค่าครองชีพได้เพียงพอไหม ความเอาใจใส่ ความตั้งใจ ความคิดสร้างสรร ที่คนทำทุ่มเทให้ระหว่างทำงาน...มากบ้างน้อยบ้าง และความยินดีปรีดาเมื่องานสำเร็จ ใครกันจะกล้าตีราคาหึ?

โดยส่วนตัว ก็ถือให้การถักทอเป็นการฝึกฝนตัวเอง ... เพราะฉะนั้นก็ต้องขอบคุณผู้สั่ง
เหตุที่ให้สั่ง และผู้ที่จะได้รับ ด้วย ที่ได้ให้โอกาสนี้แก่เรา



เฮ้อ...สุดท้าย
่ในที่สุด...อจ.ก็เสนอราคามาให้ในค่ำวันนั้น
แม้ว่าจะต่างจากที่เราคาดคะเนไว้

แต่ก็น้อมรับด้วยความยินดี ( -A - ) ขอบคุณค่ะ

บอกแล้วว่างานนี้รับอัตราบริจาค

-------------------------------------------------------------------------------------------------

ปล.1 นี่ขนาดเราไม่ Relate กับต้นทุนทางธรรมชาติน่ะเนี่ย คิดไปกันใหญ่จนระบุราคาไม่ออกกันเลยทีเดียว
ปล.2 หนึ่งในเหตุผลที่เราไม่อยากพัฒนากิจการถักตุ๊กตาขายเป็นล่ำเป็นสัน (จริงๆก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องทำไงอ่ะนะ)
คือ เราคิดว่า...ตัวตุ๊กตาก็จัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย ใช้อะไรต่อมิอะไรมากมายกว่าจะได้ไหม ด้าย ใย
ถ้าเราทำออกมา-แม้จะน่ารักขนาดไหน-แต่ถ้าเป็นไปเพื่อทำให้คนอยากได้ๆ แล้วซื้อๆๆของๆเรา

เราก็ไม่ยินดีเลย


ตอนนี้เลยตัดสินใจแล้ว ว่าจะไม่รับงานดาดๆ สนองความต้องการฉาบฉวย
ถ้าเป็นคนพิเศษ ของพิเศษ เหตุการณ์ดีๆ หรือให้เป็นกำลังใจ ...อย่างนี้ค่อยน่าสนใจถักให้หน่อย

ปล.3 ว่าแล้วก็พัฒนาเฟสถัดไปของงานถักสู่การทำของใช้ดีกว่า ลัลล้า ยู้ฮู้ @(^ v ^)@

วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เส้นบางบางที่คั่นกลางรอยยิ้มและน้ำตา

ว่าต่อโพสของกวาง...เปนสะท้อนประสบการณ์(ที่ยังไม่มีใครรู้)ในคลาสเมื่อวาน

เรื่องมันมีอยู่ว่า...ช่วงเช้าที่ทำLaughting Excercise กัน โดยให้หัวเราะน็อนสต็อป 10 นาที (-_-")

อจ.บอกว่าถ้าหัวเราะไม่ได้ก็แค่นๆหัวเราะไป นาก็หัวเราะๆๆๆไปได้ระยะเวลาหนึ่ง เริ่มรู้สึกหัวเราะไม่ออก ก็สงสัยเหมือนกันว่า...ทำไมเราหัวเราะไม่ได้นะ...เออ...งั้นหาเรื่องขำๆในคลังเมมโมรี่ออกมาดีกว่า (พึ่งมารู้ทีหลังว่านี่มันมิใช่Aimของกิจกรรมนี้...ถือว่าขาดสติจากInstructionที่อจ.บอกกล่าวไว้อย่างยิ่ง...555+น้อมรับๆๆ)

พอคิดเท่านั้นแล...มันก็มีชุดความคิดที่แว่บ แว๊บ แวบออกมาต่อๆกันว่า-เออ-เราไม่ได้หัวเราะจริงๆมานานแค่ไหนแล้วนะ, แล้วคำตอบของคำถามข้างบนก็สวนขึ้นมา เป็นภาพของคนคนหนึ่ง ที่เคยทำให้นาหัวเราะได้จากใจ...(เอิ่ม...อดีตDarlingนั่นแหละ) และเราไม่ได้หัวเราะแบบนั้นมานานแค่ไหนแล้วนะ...

ตลกดี-ทำLaugting Excerciseอยู่ดีๆก็ร้องไห้เฉยเลย (ตอนนี้...พอนึกถึงก็น้ำตารื้นนิดๆอยู่)

ก็เห็นตัวเองตอนนั้นนะ ว่ากำลังจะ Grab เอาเรื่องในความทรงจำมาทำต่อ... หมายถึง เอามาเติมเชื้อให้ตัวเองร้องไห้ต่อ รู้สึกขอบคุณเสียงหัวเราะของทุกๆคน, พี่เอ๋ที่นำกิจกรรมในความมืด ที่ให้ดูใจแต่ไม่ต้องตัดสิน และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในเช้านั้น, ที่ช่วยเตือนและดึงให้นากลับมาอยู่กับลมหายใจเป็นระยะๆ

เพราะใจมันก็ตกร่องกับการคว้าอะไรๆมาต่อไฟ แม้ว่าจะเห็นไปแล้ว ก็ยังเผลอได้อีก แต่เผลอสักพักก็รู้ ก็ตามรู้ๆๆและ"ดูแลตัวเอง"อยู่เยอะมาก ทั้งในระหว่างที่ทำexerciseนั้น จนกระทั่งพี่เอ๋เริ่มนำกิจกรรมและวงเริ่มเช็คอินไปแล้ว

รู้สึกยากที่จะResponse เรื่องนี้ในวง ณ ตอนนั้น ถึงตอนนั้นจะไม่ได้ร้องไห้แล้วก็ตาม-ไม่ใช่ไม่กล้าเผยเรื่องนี้นะ รู้สึกกล้าและปลอดภัยกับวงมากที่จะเล่าเรื่องที่ปกติเราจะไม่เล่าเลย แต่มันรู้สึกว่าอารมณ์มันยังสั่นสะเทือนข้างในอยู่มากมาย ...และพอจะพูดก็เหมือนๆจะร้องไห้(อย่างที่พี่จงทักนั่นแหละ)เลยขอใช้พื้นที่นี้แชร์ดีกว่า

...จบข่าว...

(^_^)ขอบคุณที่ฟังอย่างลึกซึ้งนะคะ

9 ส.ค. 51

ปล.ใครแวะไปเอ็มโพเรียมอาทิตย์นี้ สามารถไปเยี่ยมนากับพี่ปราย(และพี่โป)เข้าอบรม Brand Gen ได้เหมือนกันนะค้า อิอิ

วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2551

พึ่งกลับมาไม่กี่วันแต่ทำไมอะไรๆผ่านเข้ามาเยอะจัง


“พึ่งกลับมาไม่กี่วันเอง” เป็นความรู้สึกข้างใน แต่ทำไมอะไรมันเกิดๆๆจัง? งึมๆๆ
ยังอยากถักตุ๊กตาอยู่ 555 วันนี้ถัก “เกือบ” ทั้งวัน จนรู้สึกชาทั้งแขนตอนที่ปล่อยแขนลง (เพราะเกร็ง&ยกแขนไง) ยังปวดข้อมือขวานิดๆ...แผลเก่า แต่ก็ดี เกือบเสร็จ 1 ตัว, ทำงานของอจ.SS เสร็จไปเปล่าะนึง แค่บ่ได้อ่านหนังสือ-กำลังจะเริ่มอ่านเรื่องชุมชน(สักอย่าง)ที่เคยได้รับบริจาคจากครูน้อย ว่าจะอ่านพรุ่งนี้ก่อนเข้าห้องเรียน

คิดๆดูก็ตลกดี อีกอาทิตย์นึงจะสอบสัมภาษณ์แล้ว ยังไม่คิดเลยว่าสนใจ/อยากไปประเทศ/ยูฯไหน คนอื่นอาจจะว่าบ้า...แต่เราแฮปปี้กับโครเชต์มากกว่า ถึงวันนี้มันจะคิด+หลุดเยอะมากเลย แต่มันก็สบายกว่าไปกังวัลกับอนาคตข้างหน้านี่นา...
เฮ้อ – Too worried กับ Not prepared นี่ต่างกันตรงไหน → จะทำยังไงดีน้า ถ้าเป็นสถานการณ์ในกิจกรรมประจำวันก็พอเก็ท แต่กับการคิดถึงอนาคต = วางแผนนี่สิ?! เบื่อจะปวดหัว+depressed

รู้สึกอิจฉาชีวิต “พระ”ขึ้นมานิดๆแล้วซิ

คิดๆดู พอปล่อยวางเรื่องอนาคตได้สักพักนึง นอกจากจะรู้สึกสบาย-เบา-ไม่เครียดแล้ว ยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญเลย
นึกถึงหลายๆสิ่งที่ได้พบเจอหรือรับฟังมา, ทั้งหลวงปู่เทพ, หลวงพ่อไพศาล, ปาฐกโกมล’50 (นึกชื่อไม่ออกอ่ะ), เหมือนทุกอย่าง-อืม...บาง messages มันค่อยคลี่คลายตรงหน้าเรา สิ่งที่เราคิด-ถาม-คลางแคลง-ขัดแย้งกับคนอื่น(คนส่วนใหญ่)ภายนอก พอมีคนพูดให้รับ+ฟัง มันสะดุ้งอ๋อหรือน้ำตาคลอก็มี
...รู้สึกข้างในมันใหญ่ขึ้น + อิ่มเอิบ...

บางที่บทบาทหน้าที่ในโลกนี้ ชีวิตนี้ จะเป็นอะไรก็ได้ตราบใดที่เรายังไม่ละ ไม่ลืมเป้าหมายของชีวิตที่จะเข้าใจตัวเอง, จิตใจตัวเอง คงนับว่าเป็นชีวิตที่ดีทีเดียว

Related Posts with Thumbnails